นมฟรีแลคโตส

เชื่อได้เลยว่าหลาย ๆ ท่านจะต้องเคยพบเจอกับอาการดื่มนมวัวแล้วท้องเสียอย่างแน่นอน ด้วยความที่ร่างกายของคนไทยไม่สามารถผลิตน้ำย่อยแลคโตสได้ เนื่องจากร่างกายจะมีการผลิตน้ำย่อยแลคโตสได้เพียงอายุ 4-5 ปีเท่านั้น แต่พอโตขึ้นร่างกายจะมีความสามารถในการย่อยน้ำตาลแลคโตสลดลงเป็นอย่างมาก ส่งผลให้หลายท่านเกิดการแพ้นมวัว หรือนมแพะที่มีน้ำตาลแลคโตสเป็นส่วนประกอบ ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีการผลิต นมฟรีแลคโตส ขึ้นมา เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่สำหรับคนแพ้นมวัวนั่นเอง 

ทำความรู้จัก นมฟรีแลคโตส 

หนึ่งในเทรนด์อาหารสุขภาพที่มาแรงมากที่สุดแห่งนี้ จะเป็นอื่นใดไปไม่ได้นอกจากนมปราศจากน้ำตาลแลคโตส หรือ lactose-free milk ซึ่งต้องบอกก่อนว่า “แลคโตส” คือน้ำตาลที่มีอยู่ในนมวัวธรรมชาติ เมื่อแลคโตสเข้าสู่ระบบย่อยอาหารของคนเรา เอนไซม์แลคเตสจะทำหน้าที่ย่อยน้ำตาลประเภทดังกล่าว ให้กลายเป็นกลูโคสและกาแลคโตส เพื่อดูดซึมเข้าร่างกายสำหรับใช้งานในด้านอื่น ๆ ต่อไป 

แต่ในปัจจุบันก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่มีภาพ Lactose intolerance หรือภาวะที่ไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมได้ดีนัก ส่งผลให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเสีย ปวดท้อง หรืออาจถึงขึ้นพะอืดพะอมเมื่อดื่มนมวัว หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น วิปครีม ชีส หรือไอศกรีม ซึ่งพบว่าคนไทยบางส่วนมีภาวะนี้แบบไม่รู้ตัว ดังนั้น นมฟรีแลคโตส จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้คนที่มีภาวะดังกล่าว กลับมาดื่มนมวัวได้สบายท้องอีกครั้ง 

วิธีเลือกดื่ม นมฟรีแลคโตส ในปัจจุบัน 

นมฟรีแลคโตส ที่วางขายอยู่ในปัจจุบันมีทั้งแบบรสจืดและรสหวาน แถมยังมีทั้งแบบไขมันปกติและไขมันต่ำ สำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก แนะนำให้เลือกดื่มรสจืด และสังเกตปริมาณน้ำตาลบนฉลากให้ดี โดยให้เลือกปริมาณน้ำตาลต่ำและไขมันต่ำ จะส่งผลดีต่อการควบคุมน้ำหนักมาก ๆ แต่สำหรับคนที่อื่มนมวัวได้ตามปกติอยู่แล้ว ไม่เคยมีอาการแน่นท้อง หรือเกิดปัญหาอื่น ๆ ก็ไม่จำเป็นจะต้องหาซื้อนมประเภทนี้ เพราะอาจจะทำให้คุณพลาดประโยชน์อื่น ๆ จนส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวได้ 

ซึ่งจะเห็นได้ว่า นมฟรีแลคโตส ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อเป็น “ทางเลือก” สำหรับคนที่แพ้แลคโตสในนมวัวเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าความหวานที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในนมวัว จะหายไปจนหมดสิ้น หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ไม่มีภาวะแพ้ หรือย่อยแลคโตสไม่ได้ ก็ไม่ควรเลือกหามาดื่ม หรือถ้าจะลองนิด ๆ หน่อย ๆ เป็นบางครั้ง สามารถทำได้ แต่ไม่แนะนำให้ดื่มเป็นประจำ เพราะอย่างที่บอกไปแล้วค่าคุณค่าทางอาหารบางอย่างจะหายไป จนคุณต้องไปหยิบอย่างอื่นมาทานเสริม ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อร่างกายแบบไม่ตั้งใจได้

Leave a Reply

Your email address will not be published.